ร่มที่ควรเลือกใช้ในช่วงสภาวะโลกร้อน

สภาวะโลกร้อนนั้น เป็นปัญหาที่โลกของเราได้มีการเผชิญหน้ากันมาอย่างยาวนาน ซึ่งในปัจจุบันนั้นมีองค์กรต่าง ๆ มากมายออกมาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ทั้งการรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก การลดปริมาณขยะมูลฝอยเพื่อลดปริมาณการเผาไหม้ของขยะอันเป็นสาเหตุของการเกิดมลพิษทางอากาศ ซึ่งผลกระทบจากการเกิดภาวะโลกร้อนคือ การที่โอโซนในชั้นบรรยากาศนั้นเกิดช่องโหว่ ทำให้แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาบนพื้นโลกมีรังสี UV ที่แรงมากเกินความจำเป็นหรือเกิดกว่าที่ผิวของมนุษย์จะสามารถรับไหว ทำให้ผิวของเราเกิดรอยไหม้ ดำคล้ำและเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางผิวหนังต่าง ๆ ได้

วิธีการในการป้องกันนั้น ก็คือการใช้ร่มกันแดด แต่ว่าร่มทั่วไปที่เราใช้งานอยู่นั้น เป็นเพียงร่มที่สามารถกันได้เพียงแสงแดดเท่านั้น แต่ไม่สามารถป้องกันรังสี UV ได้ จึงต้องมีการออกแบบร่มรูปแบบพิเศษมาเพื่อที่จะตอบโจทย์การกันแสง UV โดยเฉพาะ แต่ไม่ใช่ว่าร่มทั่วไปนั้นจะไม่สามารถใช้งานได้ หากว่าเราเพียงแค่ใช้ร่มทั่วไปกลางแจ้งเพียงแค่ระยะเวลาสั้น ๆ 15-30 นาที แต่ถ้านานกว่านั้นก็ควรเลือกใช้ครีมกันแดดเป็นตัวช่วยเพิ่มเติม แต่หากเป็นร่มที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันรังสี UV โดยเฉพาะนั้น ร่มจะสามารถช่วยป้องกันผิวของเราขณะออกแดดได้นานมากกว่านั่นเอง

ร่มนั้น มีหลายรูปแบบและหลายขนาด ทั้งร่มสนาม ร่มพับ ร่มกอล์ฟ ซึ่งร่มแต่ละรูปแบบนั้นก็ถูกออกแบบมาเพื่อคุณประโยชน์ในการใช้งานรูปแบบเดียวกัน คือการป้องกันแสงแดด ป้องกันฝน แต่เพียงแค่ลักษณะของการใช้งานอาจจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง คือหากเป็นร่มพับก็อาจจะเหมาะสำหรับการพกไปยังสถานที่ต่าง ๆ แต่หากเป็นร่มสนามก็อาจจะเหมาะสำหรับการใช้งานของบุคคลมากกว่า 1 คนขึ้นไป หรือการใช้งานสำหรับนั่งทานอาหาร เป็นต้น

ไม่ใช่เพียงแค่ผลเสียที่กระทบต่อผิวหนังของเราเท่านั้น เพราะแสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลกโดยไม่ผ่านชั้นโอโซน อาจส่งผลร้ายต่อดวงตาของเราได้ด้วย ผลร้ายที่ว่านี้ไม่ได้เกิดจากการจ้องมองแสงแดดโดยตรงเท่านั้น แต่เกิดจากการมองสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่กลางแจ้งแม้ว่าเราจะกางร่มอยู่ก็ตาม ซึ่งแสงแดดที่มีความแรงมากเกินไปจะส่งผลให้เกิดกระจกตาอักเสบ ต้อลม ต้อเนื้อในตา สังเกตอาการง่าย ๆ ว่า เมื่อเราออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งถึงแม้จะมีการกางร่มก็ตาม เมื่อเดนกลับเข้าบ้านนั้นจะมีอาการหน้ามืด หรือรู้สึกปวดกระบอกตาเมื่อเปิดประตูไปเจอกับแสงแดด ซึ่งทางแก้นั้นคือการเลือกร่มที่สามารถกันรังสียูวีได้ หรือการใส่แว่นกันแดดก็สามารถช่วยได้เช่นกันค่ะ

นอกจากการที่ชั้นบรรยากาศของโลกมีการเปลี่ยนแปลงจากการเกิดภาวะโลกร้อนแล้ว การเกิดภาวะโลกร้อนยังส่งผลอย่างมากต่อการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ซึ่งก็เป็นสาเหตุของการเกิดน้ำท่วมในหลาย ๆ พื้นทื่และถึงแม้ว่าล่าสุดนั้น โอโซนในชั้นบรรยากาศจะมีการปรับตัวที่ทำให้ช่องโหว่นั้นแคบลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ในอนาคตนั้น จะไม่เกิดภาวะโลกร้อนขึ้นอีก

ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นมาแล้วนั้น เราต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาและรับมืออยู่ร่วม 10 ปี ซึ่งหากในตอนนี้มลภาวะทางอากาศต่าง  ๆ จะลดน้อยลงและหากโลกของเราจะกลับมาอีกอากาศที่สดใสอีกครั้ง ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารุกลับมาดำเนินวิถีชีวิตต่าง ๆ ได้ตามปกตินะคะ แต่เรายังควรร่วมกันรณรงค์เกี่ยวกับวิธีต่าง ๆ ในการลดโลกร้อนอยู่เรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้โลกของเราต้องกลับไปเจอกับมลภาวะและมลพิษเช่นเดิมอีกนั่นเองค่ะ