ร่มไม่เปียกนวัตกรรมใหม่ของญี่ปุ่น

ร่มไม่เปียกนั้นมีจริงหรือไม่ หลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นร่มไหน ๆ เมื่อใช้ในช่วงหน้าฝนก็ต้องเปียกกันทั้งนั้นแล้วร่มไม่เปียกคืออะไร ใช่ร่มญี่ปุ่นหรือไม่ หน้าตาเป็นอย่างไร คล้ายร่มตอนเดียว ร่มกอล์ฟ ร่มกลับด้าน ร่มสนาม ร่มพับ ร่ม led ร่ม 16 ก้าน ร่มใสหรือเปล่า

โดยหลักการผลิตร่มไม่เปียกเกิดขึ้นมาจากใบบัวที่เมื่อโดนน้ำแล้วทำให้น้ำไม่เกาะติดอยู่บนพื้นผิวใบบัว ด้วยนาโนเทคโนโลยีจากธรรมชาติที่จะมีลักษณะคล้ายหนามเส้นเล็ก ๆ จำนวนมหาศาล ซึ่งทำให้น้ำไม่เกาะติดพื้นผิวของใบบัว ที่ต่อให้สาดน้ำลงไปอย่างไรน้ำก็ไม่เปียกใบบัวอย่างแน่นอน จึงทำให้ผู้ผลิตร่มนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในการผลิต “ ร่มไม่เปียก ” นั่นเอง

ในประเทศญี่ปุ่นสภาพอากาศแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น คนญี่ปุ่นจึงต้องถือร่มพกพาอยู่เสมอ และทราบหรือไม่ว่าน้ำที่เกาะติดอยู่บนผิวร่มญี่ปุ่นนั้นเมื่อรวมตัวกันแล้วจะมีปริมาณมากมายขนาดไหน

ร่มไม่เปียกเป็นร่มญี่ปุ่นสุดเจ๋งที่ไม่เคยมีใครคิดสร้างร่มชนิดนี้ขึ้นมาเลยก็ว่าได้ โดยที่มาที่ไปของร่มไม่เปียกหรือร่มญี่ปุ่นชนิดนี้นั้นมาจากไอเดียในตอนที่เราใช้งานร่มญี่ปุ่นในขณะที่ฝนตก ตัวของเรานั้นไม่เปียกฝนแต่ร่มนั้นเปียกฝน และเวลาเก็บร่มนั้นจะทำให้มือ เสื้อผ้า ยิ่งในขณะที่ขึ้นรถไฟขึ้นรถเมล์ก็ทำให้เปียกฝนตามไปด้วยนั่นเอง ดังนั้นถ้าร่มของเราไม่เปียกนั้นก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากเลยทีเดียว ซึ่งร่มไม่เปียกนี้แตกต่างจากคนทั่วไปนั่นก็คือเทคโนโลยีที่นำมาใช้ถักทอผิวร่ม โดยผู้ผลิตร่มญี่ปุ่นได้ใช้ความละเอียดในการถักทอเส้นใยถึง 3 เท่า ซึ่งแตกต่างจากร่มทั่วไปซึ่งใช้การถักทอเพียงแค่ 1 ชั้นเท่านั้น ซึ่งร่มไม่เปียกนั้นทำให้น้ำไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปในตัวร่มได้และเมื่อน้ำฝนหยดลงมาก็จะไม่เกาะที่พื้นผิวของร่มญี่ปุ่นชนิดนี้ และก็จะไม่ซึมลงไปในตัวร่มอีกด้วย เพียงแค่ทำการสบัดร่มญี่ปุ่นเบา ๆ เท่านั้น น้ำที่เกาะอยู่บนผิวร่มก็จะหลุดออกไปจนหมด ทำให้ร่มไม่เปียกและสามารถเก็บเข้ากระเป๋าได้เลย

ร่มธรรมดานั้นเวลาซื้อมาใช้งานครั้งแรกจะกันน้ำได้ แต่เมื่อใช้งานไปนาน ๆ น้ำมันของมือเราและครีมทาผิวที่ถูกผ้าร่มบ่อย ๆ น้ำจะเริ่มซึมเข้าไปในเนื้อผ้า แต่ทว่าร่มไม่เปียกนั้นเป็นร่มญี่ปุ่นชนิดพิเศษที่สามารถกลับฟื้นคืนชีพได้อีกครั้งนั่นเอง

นอกจากจะไม่เปียกฝนแล้วยังสามารถใช้งานได้นานกว่าร่มทั่ว ๆ ไปอีกด้วย เนื่องจากการถักทอเป็นพิเศษ เมื่อใช้ไปนาน ๆ สิ่งสกปรกจะเกาะตามผิวของร่ม ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของร่มอาจจะลดลง แต่เพียงนำร่มไม่เปียกออกมากางและใช้น้ำฉีดแล้วนำไดร์เป่าผมหรือเตารีดเพิ่มความร้อนให้กับผิวร่มเนื้อผ้าก็จะกระชับกลับสู่ประสิทธิภาพในการทำงานเดิมอีกครั้ง มีการแข่งขันเรื่องร่มเป็น 5 ระดับ ว่าน้ำจะซึมเข้าไปได้มากแค่ไหนและร่มไม่เปียกนั้นเป็นลำดับที่ 5 ลำดับที่ 5 หมายถึงการที่จะทำให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในเนื้อผ้าร่มได้นั้นหาที่ไหนได้ยาก หรือไม่มีร่มชนิดไหนที่สามารถเทียบเท่ากับร่มญี่ปุ่นชนิดนี้ได้อีกแล้วนั่นเอง

ร่มไม่เปียกนั้นมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมากเลยทีเดียว หากใครที่สนใจร่มญี่ปุ่นชนิดนี้ลองหาซื้อมาใช้งานกันดู ถ้าหากใครที่ได้ลองใช้งานแล้วได้รับประสบการณ์ในการใช้งานอย่างไรสามารถมาบอกกับเราได้เลย